สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน
- จัดฟันมี 5 ขั้นตอน ตั้งแต่ปรึกษาทันตแพทย์ไปจนถึงถอดเครื่องมือ
- ก่อนติดเครื่องมือ ต้องเคลียร์ช่องปากก่อน เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน หรือถอนฟัน
- ระหว่างจัดฟัน พบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือประมาณเดือนละ 1 ครั้ง
- ถอดเครื่องมือแล้ว ต้องใส่รีเทนเนอร์อย่างน้อย 2 ปี
การจัดฟันช่วยแก้ปัญหาฟันยื่น ฟันเหยิน ฟันซ้อนเก และฟันห่าง ให้ฟันเรียงตัวสวยงามและแข็งแรง ขั้นตอนการจัดฟันโดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอน ดังนี้
5 ขั้นตอนการจัดฟัน
-
ปรึกษาทันตแพทย์
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากทันตแพทย์จะสามารถประเมินปัญหาของฟันได้อย่างถูกต้องและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ทันตแพทย์จะสอบถามประวัติทางการแพทย์และปัญหาของฟัน ตรวจสุขภาพช่องปาก พิมพ์ปาก และทำเอกซเรย์ฟันเพื่อดูโครงสร้างกระดูกขากรรไกรและฟัน
จากนั้นทันตแพทย์จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของการจัดฟัน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการรักษา
-
เคลียร์ช่องปาก
ก่อนเริ่มจัดฟัน ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำการรักษาเพิ่มเติมเพื่อเตรียมความพร้อมของช่องปาก เช่น การขูดหินปูน การอุดฟัน และการถอนฟัน
การรักษาเหล่านี้จะช่วยให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ เป็นต้น
อ่านต่อ: ใช้สิทธิประกันสังคม 900 บาท เคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน
-
ติดเครื่องมือจัดฟัน
เมื่อเคลียร์ช่องปากเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จะติดเครื่องมือจัดฟัน ซึ่งมีหลายประเภทให้เลือกตามความเหมาะสม เช่น เหล็กดัดฟันแบบติดแน่น เหล็กดัดฟันแบบติดแน่นแบบใส เหล็กดัดฟันแบบใส รีเทนเนอร์ เป็นต้น
ทันตแพทย์จะเลือกประเภทของเครื่องมือจัดฟันที่เหมาะสมกับปัญหาของฟันและความต้องการของคนไข้
-
พบทันตแพทย์ตามนัด
หลังจากติดเครื่องมือจัดฟันแล้ว คนไข้จะต้องพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อปรับเครื่องมือจัดฟัน ประมาณ 1 เดือน/ครั้ง การปรับเครื่องมือจะช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ไปในตำแหน่งที่ต้องการ
การปรับเครื่องมือจัดฟันอาจทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่อาการจะหายไปภายในเวลาไม่นาน
-
ถอดเครื่องมือจัดฟัน
เมื่อฟันเรียงตัวสวยงามแล้ว ทันตแพทย์จะถอดเครื่องมือจัดฟันออก คนไข้จะต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม
ข้อควรปฏิบัติระหว่างการจัดฟัน
ในระหว่างการจัดฟัน คนไข้ควรปฏิบัติดังนี้
- แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสะอาดเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแข็งหรือเหนียว เช่น ถั่ว เมล็ดพืช กระดูกอ่อน กระดูกไก่ เป็นต้น เนื่องจากอาจทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดหรือแตกได้
- หลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวอาหารด้วยฟันหน้าโดยตรง เนื่องจากอาจทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหายได้
- สวมหน้ากากป้องกันหากต้องเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจทำให้ฟันได้รับบาดเจ็บ
สรุป
การจัดฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายพอสมควร แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือฟันที่เรียงตัวสวยงามและแข็งแรง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟัน เช่น ฟันยื่น ฟันเหยิน ฟันซ้อนเก ฟันห่าง เป็นต้น ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
จัดฟันใช้เวลานานแค่ไหน
ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1.5–3 ปี ขึ้นอยู่กับปัญหาของฟันและชนิดของเครื่องมือ ระหว่างจัดฟันต้องพบคุณหมอเพื่อปรับเครื่องมือประมาณเดือนละครั้ง คุณหมอจะแจ้งระยะเวลาโดยประมาณให้ตั้งแต่วันปรึกษา
จัดฟันแบบปกติกับ Invisalign ต่างกันอย่างไร
จัดฟันแบบปกติใช้แบร็กเก็ตติดบนผิวฟันและลวดดึงฟันเข้าที่ ส่วน Invisalign เป็นถาดใสถอดได้ มองเห็นยาก ถอดออกเวลาทานอาหารและแปรงฟันได้ แต่ต้องใส่วันละประมาณ 20–22 ชั่วโมง คุณหมอจะประเมินว่าแบบไหนเหมาะกับฟันของคุณ
หลังจัดฟันต้องใส่รีเทนเนอร์นานแค่ไหน
ควรใส่รีเทนเนอร์อย่างน้อย 2 ปีหลังถอดเครื่องมือ หรือจนกว่าฟันจะคงตัวในตำแหน่งใหม่ มีทั้งรีเทนเนอร์แบบลวดและแบบใสให้เลือก





